ทา อะไรก็แสบ แดง พัง
เพราะ เกราะป้องกันผิวอ่อนแอหรือเปล่า ?
ในช่วงอากาศหนาวเย็น หลายๆ คนอาจประสบปัญหาผิวแห้ง แตก คัน หรือบางคนมีผิวแพ้ง่าย
ก่อนอื่นเรามารู้จักว่าผิวแห้งคืออะไร เกิดจากอะไร และสามารถดูแลได้อย่างไร
ผิวแห้ง คือ ผิวหนังที่มีลักษณะแห้งตึง แตก เห็นเป็นร่อง แตกลาย เป็นเกล็ด แดงลอกเป็นขุย อาจมีอาการคันได้ เกิดจากการเสียสมดุลของสารสร้างความชุ่มชื้นตามธรรมชาติในผิวหนัง ทำ ให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมาน้อยกว่าปกติ และผิวหนังไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ เกิดได้จากสาเหตุทั้งภายใน และภายนอกร่างกาย
- สาเหตุภายในร่างกาย เกิดจากร่างกายเสียสมดุลของการสร้างไขมันใต้ผิวหนัง ขาดสารที่ทำ ให้ผิวชุ่มชื้น ผิวหนังเสียสมดุลในการกักเก็บน้ำ ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) สะเก็ดเงิน (Psoriasis) ต่อมไขมันอักเสบ (Seborrheic dermatitis) เป็นต้น หรืออายุที่มากขึ้นร่างกายจะผลิตไขมันใต้ผิวหนังลดลง สูญเสียน้ำ ออกจากผิวมากขึ้น ทำให้ผิวหนังแห้งแตก
- สาเหตุภายนอกร่างกาย เช่น โรคผิวหนังอักเสบจากการแพ้หรือระคายเคืองจากการสัมผัสสารต่างๆทำ ให้โครงสร้างชั้นปกป้องผิวหนัง (skin barrier) สูญเสียไป ผิวหนังจึงแห้งแตกลอกได้ หรือสภาพอากาศที่แห้งหนาวเย็นจะดูดความชุ่มชื้นออกจากผิว หรือการอาบน้ำร้อนบ่อยๆ จะชะล้างไขมันที่ผิวหนังรูขุมขนขยายทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย
วิธีการดูแลผิวแห้ง
- อาบน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่อาบน้ำร้อน หรือแช่น้ำนาน
- เลือกใช้สบู่เหลวที่มีค่า pH ประมาณ 5 ไม่มีน้ำหอม ไม่มีฟอง ไม่มีสารลดแรงตึงผิว
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารคงความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนาน เช่น ยูเรีย กลีเซอรอล เซราไมด์ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม วิตามินซี AHA BHA เนื่องจากอาจระคายเคืองผิวมากขึ้นได้
- ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลังอาบน้ำ เช้า-เย็น โดยทาหลังเช็ดตัวหมาด ๆ ทันที
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 6 – 8 แก้วต่อวัน รับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ผักโขม ถั่วเหลือง และวิตามินเอ ซี อี จะทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น
นอกจากนี้แล้วการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดจากข้าวสาลีที่ผ่านกระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจากประเทศฝรั่งเศส CeramosidesTM ซึ่งประกอบด้วยสาร Glucosylceramide ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเซราไมด์ในชั้นผิว ทำให้เซราไมด์ในชั้นผิวหนังมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และ Niacinamide (Vitamin B3) ที่ช่วยเพิ่มเซราไมด์ในชั้นผิว ลดการสูญเสียน้ำ (TEWL) พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิว ให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว สุขภาพดี นอกจากนี้ยังลดอาการผิวแห้ง ผิวอักเสบจากการสูญเสียความชุ่มชื้นที่ผิวได้อีกด้วย ในสารสกัดข้าวสาลียังประกอบด้วยสาร DGDG (Digalactosyl diacylglycerides) ที่ช่วยให้การดูดซึม Glucosylceramide ดีขึ้นและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเซราไมด์ในชั้นผิวด้วย ผลิตภัณฑ์นี้จึงช่วยดูแลผิวให้ชุ่มชื้นล้ำลึกได้โดยไม่ต้องพึ่งครีมหนักๆ และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอ แพ้ง่าย
มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ Randomized double blind placebo control สำหรับสารสกัดข้าวสาลี CeramosidesTM ในปี 2023
- ศึกษาในผู้หญิงที่มีผิวแห้งและมีริ้วรอยแห่งวัย จำนวน 72 คน อายุ 30-60 คน (วัดผิวด้วยเครื่อง Corneometer® Value < 50)
- แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับยาหลอก (Placebo) กลุ่มที่ 2 ได้รับ CeramosidesTM ในรูปแบบน้ำมัน วันละ 70 มก. กลุ่มที่ 3 ได้รับ CeramosidesTM ในรูปแบบผง วันละ 30 มก.
- มีผู้เข้าร่วมทดลองที่อยู่ในวัยหลังหมดประจำเดือน (Postmenopausal) กลุ่มละ 10 คน อยู่ในการทดลองทั้ง 3 กลุ่ม
- รับประทานต่อเนื่องเป็นเวลา 112 วัน โดยวัดผลในวันที่ 0, 14, 28, 56 และหลังจากหยุดรับประทานสารสกัดข้าวสาลี ไป 56 วัน
ผลการทดลองในด้านความชุ่มชื้นผิวและการสูญเสียน้ำของผิว (เปรียบเทียบเฉพาะ Placebo และ CeramosidesTM ในรูปแบบน้ำมัน)
- วัดความชุ่มชื้นผิวบริเวณแก้ม ด้วยเครื่อง Corneometer® CM 825
รูปที่ 1 แสดงความชุ่มชื้นผิวที่เพิ่มขึ้นในผู้ที่รับประทาน CeramosidesTM โดยพบว่า
- ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น 9% ภายใน 14 วัน และเพิ่มขึ้น 12% ภายใน 56 วัน เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับยาหลอก
- ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น 10% ภายใน 14 วัน และเพิ่มขึ้น 13% ภายใน 56 วัน เมื่อเทียบกับก่อนรับประทาน
2. วัดการสูญเสียน้ำของผิว Trans epidermal water loss (TEWL) บริเวณแก้ม ด้วยเครื่อง Tewameter® TM300
รูปที่ 2 แสดงการสูญเสียน้ำของผิว Trans epidermal water loss (TEWL) บริเวณแก้มที่ลดลง
- ผิวมีการสูญเสียน้ำลดลง 8.9% ภายใน 14 วัน และลดลง 14% ภายใน 56 วัน เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับยาหลอก
- ผิวมีการสูญเสียน้ำลดลง 9.2% ภายใน 14 วัน และลดลง 15% ภายใน 56 วัน เมื่อเทียบกับก่อนรับประทาน
3. แบบประเมินเพื่อให้คะแนนความพึงพอใจในสุขภาพผิวหลังการรับประทาน
รูปที่ 3 แสดงผลประเมินความพึงพอใจหลังรับประทาน CeramosidesTM 56 วัน พบว่ามากกว่า 80% พึงพอใจในสุขภาพผิว
หากมีปัญหาผิวแห้งมาก แดงลอก คันแสบ หรือแตกเป็นแผล อาจเป็นโรคผิวหนังอื่นนอกจากผิวแห้งทั่วไป ควรพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อให้การวินิจฉัยและดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป
References :
1. บทความสุขภาพ ผิวแห้ง ปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้นดูแลอย่างไร โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
2. Kern C, Dudonné S and Garcia C. Dietary supplementation with a wheat polar lipid complex improves skin conditions in women with dry skin and mild-to-moderate skin aging. J Cosmet Dermatol. 2023;00:1–11.
