เลือกทั้งที ต้องดีที่สุด เลือกน้ำมันปลาแซลมอน
อาหารทะเลเป็นหนึ่งในแหล่งที่ดีที่สุดของสารอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงสารอาหารบางชนิดที่หลายคนขาดในอาหารของพวกเขา งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ที่รับประทานปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจลงได้ถึง 36%
น้ำมันปลาแซลมอนสกัดจากไขมันดีของปลา ซึ่งรู้จักกันในชื่อกรดไขมัน โอเมก้า-3 การรับประทานน้ำมันปลาแซลมอนเป็นวิธีที่ดีในการได้รับสารอาหารที่จำเป็นนี้ หากคุณไม่ได้กินปลาเป็นประจำ หรือหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาโดยสิ้นเชิง
ข้อมูลทางโภชนาการ
น้ำมันปลาแซลมอน 1 ช้อนชา ให้พลังงานและสารอาหารดังนี้ :
o แคลอรี่ : 41
o โปรตีน : 0 กรัม
o ไขมัน : 5 กรัม
o คาร์โบไฮเดรต : 0 กรัม
o ไฟเบอร์ : 0 กรัม
o น้ำตาล : 0 กรัม
น้ำมันปลาแซลมอนเป็นแหล่งที่ดีของ โอเมก้า-3 ทั้งสามประเภท ได้แก่ DHA EPA และ DPA ซึ่งพบได้มากในอาหารทะเลเท่านั้น กรดไขมันโอเมก้า-3 เหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และอาจช่วยส่งเสริมสุขภาพของข้อต่อและสมองได้
ประโยชน์ต่อสุขภาพของน้ำมันปลาแซลมอน
หลายคนไม่ได้รับปริมาณโอเมก้า-3 ที่เพียงพอ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจ, โรคอารมณ์แปรปรวน, โรคข้ออักเสบ และมะเร็งบางชนิด การเพิ่มน้ำมันปลาแซลมอนในอาหารสามารถช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างเพียงพอ และอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ เช่น
1. สุขภาพหัวใจ
งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า โอเมก้า-3 ในน้ำมันปลาแซลมอนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นไขมันในเลือดที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ น้ำมันปลาแซลมอนยังช่วยเพิ่มระดับ คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ซึ่งช่วยขจัดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ที่อาจสะสมในหลอดเลือดแดงเมื่อเวลาผ่านไป คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ยังช่วยให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพของหัวใจ
2. ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง
โอเมก้า-3 ในน้ำมันปลาแซลมอนมี คุณสมบัติต้านการอักเสบ ในขณะที่การอักเสบเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อความเครียดและการติดเชื้อ แต่หากเกิดขึ้นในระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยงของ โรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง, โรคเบาหวาน และโรคข้ออักเสบ การบริโภคอาหารที่มีโอเมก้า-3 สูงสามารถช่วยลดการอักเสบ และปกป้องร่างกายจากโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะอักเสบเหล่านี้
3. การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
งานวิจัยหนึ่งพบว่า โอเมก้า-3 ในน้ำมันปลาแซลมอนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และการลำเลียงออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการได้รับโอเมก้า-3 จากแหล่งอื่น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่านี่เป็นเพราะ ร่างกายสามารถเปลี่ยนโอเมก้า-3 เป็นไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและยืดหยุ่น
4. สุขภาพสมอง
น้ำมันปลาแซลมอนเป็นหนึ่งในแหล่ง DHA ที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อสมอง แม้ว่าการวิจัยจะยังคงดำเนินต่อไป แต่มีหลักฐานแสดงว่า DHA ช่วยซ่อมแซมและบำรุงเซลล์สมอง การได้รับ DHA เพียงพออาจช่วยลดความเสี่ยงของ โรคสมองเสื่อม (Cognitive Decline), อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน
5. สุขภาพดวงตา
โอเมก้า-3 ในน้ำมันปลาแซลมอนอาจช่วยส่งเสริมสุขภาพของดวงตาได้เช่นกัน งานวิจัยหนึ่งพบว่า การเสริมโอเมก้า-3 ช่วยลดความเสี่ยงของโรคตา เช่น ต้อหิน และการสูญเสียการมองเห็นตามวัย
น้ำมันปลาแซลมอน ยังเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของ กรดโดโคซาเพนทาอีโนอิก (DPA)
นอกจากนี้ในน้ำมันปลาแซลมอน ยังเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของ กรดโดโคซาเพนทาอีโนอิก (DPA) เป็นกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่พบในน้ำมันปลาแซลมอน แม้ว่าการศึกษาที่เกี่ยวกับ DPA จะมีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโอเมก้า-3 ตัวอื่น ๆ เช่น EPA และ DHA แต่การวิจัยที่เกิดขึ้นใหม่ชี้ให้เห็นว่า DPA อาจมีบทบาทในการลดการอักเสบ DPA มีคุณสมบัติ ต้านการอักเสบที่แข็งแกร่งกว่า EPA และ DHA
DPA เป็นสารตั้งต้นของทั้ง EPA และ DHA ซึ่งหมายความว่าร่างกายสามารถเปลี่ยน DPA เป็นกรดไขมันที่จำเป็นเหล่านี้ตามความต้องการ
DPA ในน้ำมันปลาแซลมอนมีบทบาทสำคัญต่อ สุขภาพหัวใจ, การทำงานของสมอง, การลดการอักเสบ และสุขภาพโดยรวม
มีรายงานการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การบริโภค DPA ในระดับสูงสุด (DPA 15 mg) มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดบางประเภท เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคหลอดเลือดสมอง โดยความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม (CVD) มีความเสี่ยงลดลง 29% โรคหลอดเลือดหัวใจตีบมีความเสี่ยงลดลง 46% และโรคหลอดเลือดสมองมีความเสี่ยงลดลง 38% รวมถึงช่วยลดการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ โดยมีความเสี่ยงลดลง 23% และลดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม(CVD Mortality) ลดลง 32% แสดงให้เห็นว่า DPA อาจมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อาจเป็นส่วนสำคัญในการแนะนำด้านโภชนาการสำหรับการป้องกันโรคในประชากรที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
การเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา แนะนำให้เลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อให้มั่นใจว่าได้น้ำมันปลาที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อร่างกายจริง
References :
1. WebMD Salmon Oil: Are There Health Benefits?
2. Medically Reviewed by Christine Mikstas, RD, LD on December 31, 2024
https://www.webmd.com/diet/salmon-oil-health-benefits
3. Association of marine PUFAs intakes with cardiovascular disease, all-cause mortality,
and cardiovascular mortality in American adult male patients with dyslipidemia:
the U.S. National Health and Nutrition Examination Survey, 2001 to 2016
